แม้ว่า แอสตัน วิลล่า จะเพิ่งได้เลื่อนชั้นกลับมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ หลังจากตกชั้นไปเมื่อซีซั่น 2015-16 แต่ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้พวกเขาเป็นอันดับรองสุดท้ายของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 25 คะแนน จากการลงเล่น 28 นัด ตามหลัง วัตฟอร์ด ทีมในโซนปลอดภัยที่ลงเล่นมากกว่าพวกเขา 1 เกมอยู่ 2 แต้ม

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ วิลล่า ทำผลงานได้น่าผิดหวัง แต่มีคนหนึ่งของทีมที่เล่นได้ดี นั่นคือ แจ็ค กรีลิช ที่จริงแล้วฟอร์มของ กรีลิช มันโดดเด่นจนถึงขนาดที่หลายคนคิดเลยว่าในช่วงซัมเมอร์นี้เขาน่าจะได้ย้ายทีม ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว วิลล่า จะรอดตกชั้นรึเปล่าก็ตาม

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ เควิน ฟิลลิปส์ อดีตหัวหอกคนดัง ออกมาแสดงความเชื่อว่า กรีลิช มีดีพอที่จะเล่นให้ ลิเวอร์พูล ด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้ “หงส์แดง” ก็กำลังขาดกองกลางตัวรุกชั้นยอดอยู่พอดีด้วย และวันนี้เราก็จะมาเปรียบเทียบผลงานระหว่าง กรีลิช กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 2 กองกลางที่บางครั้งต้องมารับบทมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับ ลิเวอร์พูล ไปเลยว่า กรีลิช เด่นกว่าทั้งคู่จนมีแววที่จะช่วย ลิเวอร์พูล ได้จริงๆ หรือไม่

– การเลี้ยงบอล

กรีลิช เป็นหนึ่งในนักเตะที่ไปกับบอลได้ดีมากๆ จนทำให้ในฤดูกาลนี้เขามีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกสูงถึง 2.2 ครั้งต่อเกม ซึ่งทั้ง ไวจ์นัลดุม และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่ค่อยมีผลงานที่โดดเด่นด้านการเลี้ยงบอลเท่าไหร่อยู่แล้ว โดยค่าเฉลี่ยด้านนี้ของพวกเขาอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อเกม กับ 1.1 ครั้งต่อนัดตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นในด้านการครองบอลเอาไว้กับตัวล่ะก็ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำได้ดีกว่า เพราะเขาโดนคู่แข่งแย่งบอลจากเท้าไปเพียง 0.7 ครั้งต่อนัด ส่วนของ กรีลิช อยู่ที่ 1.8 ครั้งต่อเกมเลย ขณะที่ของ ไวจ์นัลดุม ดีกว่า อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน นิดหน่อย ด้วยค่าเฉลี่ย 0.8 ครั้งต่อเกม

ส่วนในด้านการจับบอล ทั้ง ไวจ์นัลดุม กับ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ทำได้ดีกว่า กรีลิช เพราะแข้ง วิลล่า จับบอลพลาดจนทำให้บอลหลุดจากเท้าเฉลี่ย 2.1 ครั้งต่อเกม ส่วนของ 2 กองกลาง ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 1.3 ครั้งต่อนัดเท่ากัน

– การช่วยเกมรับ

แม้ว่า กรีลิช จะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก แต่เขาก็มีผลงานในเกมรับที่ไม่แย่เท่าไหร่เหมือนกัน หลังจากในลีกประจำฤดูกาลนี้เขาโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไป 0.6 ครั้งต่อนัด โดยดีกว่าทั้ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งอยู่ที่ 0.7 ครั้งต่อเกม รวมถึงแจ่มกว่า ไวจ์นัลดุม ที่มีค่าเฉลี่ย 0.8 ครั้งต่อเกมด้วย

ขณะเดียวกัน กรีลิช ยังมีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดแย่งบอลสำเร็จเฉลี่ยแล้ว 1 ครั้งต่อเกม ดีเท่ากับ ไวจ์นัลดุม ด้วย ส่วน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7 ครั้งต่อนัดเท่านั้น สิ่งที่ กรีลิช ด้อยกว่าทั้งคู่อย่างเห็นได้ชัดคงจะไม่พ้นเรี่องการทำฟาวล์ เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการเสียฟาวล์ 0.8 ครั้งต่อเกม ส่วน ไวจ์นัลดุม กับ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อยู่ที่ 0.4 ครั้งต่อนัด กับ 0.5 หนต่อเกม ตามลำดับ

– การผ่านบอล

ถ้าดูเฉพาะเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในด้านการผ่านบอลแล้วล่ะก็ กรีลิช ยังสู้ ไวจ์นัลดุม ไม่ได้ เพราะเขามีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของ ไวจ์นัลดุม สูงถึง 90.9 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อยู่ที่ 83.1 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ความสร้างสรรค์ในการเล่นของ กรีลิช เหนือกว่าอีก 2 คนอย่างมาก เขามีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลจังหวะสำคัญถึง 2.7 ครั้งต่อนัด โดยของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อยู่ที่ 0.7 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ขณะที่ ไวจ์นัลดุม อยู่ที่ 0.4 ครั้งต่อเกม เรียกได้ว่าห่างกันแบบคนละโลก

นอกจากนี้ กรีลิช ยังผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเฉลี่ยแล้ว 2.2 ครั้งต่อเกมด้วย โดยที่ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำได้ 1.6 ครั้งต่อเกม ส่วน ไวจ์นัลดุม ทำไปเฉลี่ย 1 ครั้งต่อนัด

สรุป : นอกจากเรื่องการครองบอลที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่แล้วนั้น กรีลิช ก็ถือเป็นกองกลางที่แทบจะครบเครื่องคนหนึ่ง เพราะเขาก็พอจะเล่นเกมรับได้เหมือนกัน ขณะที่มิติการเล่นเกมรุกของเขาเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งถ้าหาก ลิเวอร์พูล ได้ตัวเขาไปร่วมทัพจริงๆ มันก็น่าจะทำให้เกมรุกของ “หงส์แดง” น่ากลัวขึ้นไปอีก

แทงบอลออนไลน์

อ่านต่อได้ที่ blackwhitebliss.com

สมัครเว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด 

*ราคาดีที่สุด *ค่าคอมสูงที่สุด *บริการดีที่สุด *คนเล่นเยอะที่สุด 

สมัครวันนี้รับสิทธิ์พิเศษมากมาย UFA23 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง